วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมประจำสาระรายวิชา การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ วันที่ 15-20 เมษายน 2557

กิจกรรมประจำสาระรายวิชา การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ วันที่ 15-20 เมษายน 2557

1. การจัดระบบทรัพยากรการเรียนรู้หมายถึงอะไร และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ การจัดหมวดหมู่ หรือ การวิเคราะห์หนังสือ  คือ การนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาจัดแยกประเภทของแต่ละสาขาวิชาอย่างกว้าง ๆโดยหนังสือที่มีเนื้อหาแบบเดียวกันจัดเอาไว้ด้วยกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันเอาไว้ด้วยกัน รวมถึงหนังสือที่มีลักษณะการประพันธ์แบบเดียวกัน จัดกลุ่มไว้ด้วยกัน
ประโยชน์ของการจัดหมวดหมู่สื่อตีพิมพ์
1. เพื่อวิเคราะห์พิจารณาแยกและหนังสือตามเนื้อหาวิชาให้เป็นระบบ
2. เพื่อสะดวกในการจัดเรียงและค้นหาข้อมูล
3. เพื่อให้ทราบสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระอย่างเดียวกันรวมอยู่ด้วยกัน

2.จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบทศนิยมดิวอี้
ตอบ ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey Decimal Classification) เรียกย่อๆ ว่า D.C. หรือ D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดที่นิยมระบบหนึ่ง คิดค้นขึ้นโดยชาวอเมริกัน เมลวิล ดิวอี้ ในขณะที่เขา กำลังเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์อยู่ที่วิทยาลัยแอมเฮอร์ส (Amherst College)
การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่างๆ
หมวดใหญ่ การแบ่งหมวดหมู่หนังสือระดับที่1 แบ่งตามประเภทของสาระเนื้อหา กลุ่มวิชา 10 หมวด โดยใช้ตัวเลขหลักร้อยเป็นตัวบ่งชี้ 000เบ็ตเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป (Generalities)
100 ปรัชญา (Philosophy)
200 ศาสนา (Religion) 300 สังคมศาสตร์ (Social sciences)
400 ภาษาศาสตร์ (Language)
500 วิทยาศาสตร์ (Science)
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือเทคโนโลยี (Technology)
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง (Arts and recreation)
800 วรรณคดี (Literature)
900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ (History and geography)
หมวดย่อย
การแบ่งหมวดหมู่หนังสือระดับที่ 2แบ่งออกเป็นอีก 10 หมวดย่อย โดยใช้ตัวเลขหลักสิบเป็นตัวบ่งชี้ รวมเป็น 100หมวดย่อย
000 เบ็ตเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป (Generalities)
100 ปรัชญา (Philosophy)
200 ศาสนา (Religion)
300 สังคมศาสตร์ (Social sciences)
400 ภาษาศาสตร์ (Language)
500 วิทยาศาสตร์ (Science)
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือเทคโนโลยี (Technology)
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง (Arts and recreation)
800 วรรณคดี (Literature)
900 หมวดย่อย

3. จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
ตอบ เป็นระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน: ปัจจุบันเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วย 3 อาคาร มีพื้นที่ประมาณ 2,614,000 ตรม. มีทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบจากทั่วโลกกว่า  460 ภาษา โดยแบ่งมี 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I O W   X Y

4. จงอธิบายหมวดหมู่ในการจัดเก็บสื่อโสตทัศน์
ตอบ โสตทัศนวัสดุกำหนดสัญลักษณ์ตามประเภทของวัสดุที่ใช้บันทึก เช่น
1)  แผนที่                  MA (MAP)       
2)  ภาพ                     PIC (Picture)
3)  ภาพโปสเตอร์      PR (poster)
4)  ภาพยนตร์            F (Film)                             
5)  ภาพนิ่ง                S  (Slide)                           
6)  ภาพเลื่อน            FS (Filmstrip)                    
7)  แผ่นโปร่งใส        TR  (Transpsarency)                     
8)  แถบบันทึกเสียง   CT  (Cassettetape)                        
 9) วีดิทัศน์                VC  (Videotape) 
10)ไมโครฟิล์ม          MIC  (Microfilm) 
11) แผ่นเสียง            PD (Phonodise)                           
12) ซีดี-รอม             CD (CD-ROM)                           
13) วิดีโอคอมแพคดิสก์     VCD                      
14) ดิจิทัลวิดีโอดิสก์          DVD

5. ถ้านิสิตสืบค้นทรัพยากรการเรียนรู้ และพบที่สันหนังสือมีเลข 371.33 อ 834 ท แสดงว่าตัวเลขหมวดหมู่ดังกล่าวมี ความหมายว่าอะไร จงอธิบาย
ตอบ   371.33 อ 834 ท มีความหมายว่า
371 คือ เลข 3 เป็นเลขหลักร้อย 300 ในหมวดใหญ่ กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์
.33 คือ เลข 3 เป็นเลขหลักสิบ 030 ในหมวดย่อย หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรม
ตัว อ. คือ ตัวอักษรแรกของชื่อผู้แต่ง
834 คือ เลขผู้แต่งหนังสือ
ตัว ท. คือ อักษรตักแรกของชื่อหนังสือ

6. หมวดหมู่ของระบบอเมริกันและระบบดิวอี้ต่างกันอย่างไร
ตอบ  การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ หมวดใหญ่และหมวดย่อย ส่วนระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกันจะแบ่งหมวดเป็น 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I  O  W   X  Y แบ่งเนื้อหาย่อยโดยใช้เลข  1 – 9999 แต่ละหมวดแยกการพิมพ์และการใช้โดยอิสระ บางหมวดมีเล่มเดียว บางหมวดมีหลายเล่ม

7.   จงอธิบายประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้ปกแข็ง
ตอบ  ประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้ปกแข็ง
1. ต้นทุนต่ำ ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม
2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3.  มีขั้นตอนในการทำที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4.  รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชำรุดเสียหาย
6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์

8. ไม้เนียน คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรในการเสริมปก
ตอบ  ไม้เนียน คือ ไม้ที่มีลักษณะแบนราบ และเรียบ
ประโยชน์ คือ ใช้รีดสิ่งประดิษฐ์ให้มีความเรียบเนียน และติดทน (กรณีใช้กาว)

9.  วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปกมีอะไรบ้าง
ตอบ   วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปก ได้แก่
1.  กาวลาเท็กซ์ เช่น TOA
2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12 หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว
3. ผ้าฝ้าย (100% cotton)
4.  มีดคัตเตอร์
5. กรรไกร
6. แผ่นพลาสติกตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ
8. แปรงทากาว
9. แท่นน้ำหนัก
10. ไม้เนียน
11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)
อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด

10. จงอธิบายความสำคัญของงบประมาณ
ตอบ ความสำคัญของงบประมาณ
1.  ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนโครงการ ตลอดจนแผนงานตั้งแต่ในระดับโครงการจนถึงการบริหารจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2.  ช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ทำให้มีประสิทธิภาพในการวางแผนทางการเงินเนื่องจากเป็นแผนงานที่แสดงออกในลักษณะเชิงปริมาณจะที่เกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด
3. สามารถนำงบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างดี

11.  ปีงบประมาณของส่วนภาครัฐ และเอกชนต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  งบประมาณเอกชน คือ งบประมาณจะจัดทำขึ้นปีละครั้ง เรียกว่า งบประมาณประจำปี เช่น รายสัปดาห์รายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี โดยปีงบประมาณมักจะเป็นไปตามรอบบัญชีของเอกชน เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินงานทางการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

12. จงอธิบายความหมายงบประมาณสมดุล เกินดุล และขาดดุล
ตอบ  1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีเท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีต่างกว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy) หมายถึงการกำหนดให้มีการจัดทางบประมาณการรายจ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณดังกล่าว

13. หมวดงบประมาณประกอบด้วยกี่ หมวดอะไรบ้าง
ตอบ ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
2)  หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3)  หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
6)  หมวดเงินอุดหนุน
7)  หมวดรายจ่ายอื่น

14. จงอธิบายความหมาย “ค่าวัสดุ” และ "ค่าครุภัณฑ์"
ตอบ   “ค่าวัสดุ” หมายความว่า
1.  รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
          1.1. สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
          1.2. สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
          1.3. สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
         1.4. สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
“ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้
         1.1. สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขึ้นไป และมีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาทหรือ
         1.2. สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1 เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายคาครุภัณฑ์

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดทบทวน Coordinating - Reporting – ประเภทของสื่อในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

แบบฝึกหัดทบทวน Coordinating - Reporting – ประเภทของสื่อในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
1.สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง
ตอบ  สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน
1.)การจัดวางหน่วยงานที่ง่าย (Simplified Organization) ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้การจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง
ก.การแบ่งแผนกซึ่งช่วยในการประสานงาน
ข.การแบ่งตามหน้าที่
ค.การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
2.)การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องต้องกัน (Harmonized Program and Policies)
3.)การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well – Designed Methods of Communication) เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวละเอียด ได้แก่
ก.แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)
ข.รายงานเป็นหนังสือ (Written report)
ค.เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน เช่น ระบบการติดต่อภายในโรงพิมพ์ เป็นต้น
4.)เหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Aids to Voluntary Coordination) การประสานงานส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือโดยสมัครใจของบุคลากรในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
5.)ประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision) หัวหน้างานมีหน้าที่จะต้องคอยเฝ้าดูการดำเนินปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและจะต้องใช้วิธีประเมินผลการปฏิบัติงานทุกระยะจะได้ทราบข้อบกพร่องหาทางแก้ไขให้การปฏิบัติงานถูกต้องยิ่งขึ้น

2.เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง
ตอบ  เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination)
1.)จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2.)การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
3.)การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
4.)การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
5.)การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
6.)การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
7.)การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
ตอบ  อุปสรรคการประสานงาน
1.)การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทาให้การติดต่อประสานงานที่ควรดาเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
2.)การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
3.)การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่น ๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน
4.)การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
5.)การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การทางานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
6.)การขาดการนิเทศงานที่ดี
7.)ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
8.)การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
9.)ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
10.)การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
11.)ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
12.)เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

4.คำถามเพิ่มเติม : นิสิตยกตัวอย่างการประสานอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ มาคนละ 2วิธีการในการประสานงาน
ตอบ  1.) วิธีประสานงานอย่างเป็นทางการ หมายถึง มีแบบพิธีที่ตองปฏิบัติเช่น มีหนังสือติดต่อหรือตองแจ้งให้ คณะกรรมการเฉพาะกิจรับรู้และขอความเห็นชอบ ทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือการเสนอรายงานเป็นลำดับขั้น เป็นต้น
         2.) วิธีประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ หมายถึง การประสานงานอย่างไม่มีพิธีรีตอง เพียงแต่ทำความตกลงให้ทราบถึงการที่จะปฏิบัติให้เป็นไปในจังหวะเวลาเดียวกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน การดำเนินการจะอาศยความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นส่วนตัวระหว่างบุคคล

5. การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไรต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
ตอบ  การรายงานผลการดำเนินงานการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดาเนินงาน และเป็นการนาเสนอเพื่อปรับปรุงในการดาเนินงานครั้งต่อ ๆ ไป

6. ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการเรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร
ตอบ  ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ใน ประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์ หนังสือสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง คือ สิ่งพิมพ์ที่ออกต่อเนื่องกันตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้
          หนังสือพิมพ์รายวัน คือ สิ่งพิมพ์ที่กำหนดออกเป็นประจำทุกวัน เพื่อนำเสนอข่าว และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจและสังคม
ข่าวการศึกษา ข่าวกีฬา ข่าวธุรกิจ ข่าวบันเทิง บทความทางวิชาการและ สาระน่ารู้ เป็นต้น

7. ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว
ตอบ  -กำหนดเกณฑ์การประเมินเพื่อคัดเลือกทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทให้ชัดเจน
-ต้องสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น ๆเนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ นำเสนอเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
-เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์
-สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
-สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
-สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ราคาไม่แพงเกินไป
-สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

8. การจัดซื้อทรัพยาการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง
ตอบ  การจัดซื้อทรัพยาการเรียนรู้มี  4  วิธีการ
1.) จัดซื้อ ตามความต้องการของหน่วยงานเป้าหมายที่จะมาใช้บริการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
-สั่งซื้อโดยตรง: ในประเทศ / ต่างประเทศ
-สั่งซื้อผ่านร้าน/ตัวแทนจำหน่าย: ในประเทศ / ต่างประเทศ
-เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
-จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ
2.) รับบริจาค: องค์กร/หน่วยงานที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล บุคคล
3.) ผลิตเอง: วีดิทัศน์ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม/สัมมนา สแกนภาพ
4.) แลกเปลี่ยน: ในการให้บริการระหว่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในเครือข่าย

9. จากตัวอย่างสาระของ Weblink แนะนำศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ 4 มหาวิทยาลัย จงอธิบายถึงภารกิจหน้าที่ในการให้บริการมีอะไรบ้าง
ตอบ                     
1.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำนักหอสมุดเชียงใหม่เป็นแหล่งบริการสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ที่สนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยซึ่งสำนักหอสมุดมีภารกิจหน้าที่และให้บริการดังนี้
-ก่อนเข้าใช้งานหอสมุดทุกครั้งต้องแสกนบัตรนิสิตเพื่อทางหอสมุดจะเก็บบันทึกสถิติการเข้าใช้ห้อง---สมุดและเพื่อแสดงตัวตนของผู้มาใช้ห้องสมุด
-บริการยืม-คืนหนังสือ , ลงทะเบียน, สมัครสมาชิกห้องสมุด
-บริการห้องค้นคว้าบุคคล , ค้นคว้ากลุ่ม, การจองสื่อต่างๆ
-บริการเครื่องยืมหนังสืออัตโนมัติ
-บริการสืบค้นข้อมูลรายชื่อหนังสือและสื่อต่างๆผ่านเว็บ OPAC
-บริการห้องฝึกอบรม
-ศูนย์วัฒนธรรมสหรัฐอเมริกา
-ห้องบริการยืมโสตทัศนวัสดุ

2.มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สนับสนุนการจัดการศึกษา ได้แก่ งานเทคโนโลยีการเรียนการสอนทางไกล มี vdo conference 10 ช่องสัญญา และการประกันคุณภาพ ภายใต้นโยบายคุณภาพ “สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มุ่งมั่น พัฒนา ระบบบริหาร ผลิตและบริการเทคโนโลยีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการพึงพอใจ” โดยสำนักการศึกษาเทคโนโลยีการศึกษาได้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน IOS9001 : 2008 ได้แก่
1.งานบริหารและธุรการ
2.งานเทคโนโลยีการเรียนการสอนทางไกล
3.งานจัดและผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์การศึกษา
4.งานบริการโสตทัศนศึกษา
5.งานบริการสื่อการศึกษา

3.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา
นักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา คือ มีบริการต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นแต่ละฝ่าย ได้แก่ สำนักงานเลขานุการ ทำหน้าที่ รับผิดชอบงานด้านการบริหาร งานธุรการการเงิน งานคลัง งานพัสดุ งานนโยบายและแผน และงานประกันคุณภาพ ฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา ทำหน้าที่  ให้บริการโสตทัศนูอุปกรณ์และเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน บริการห้องเรียน การผลิตสื่อต่าง ๆ ตลอดจนงานศิลปกรรม ฝ่ายบริการคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่  ให้บริการการควบคุมดูแลและบำรุงรักษาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหาร ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ตลอดจนจัดทำระบบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งจัดวางระบบสารสนเทศ ภายในมหาวิทยาลัยฝ่ายห้องสมุด ทำหน้าที่ สนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา บุคลากรภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ฝ่ายซ่อมบำรุง ทำหน้าที่ รับผิดชอบซ่อมแซม บำรุงรักษา ติดตั้งและปรับปรุงระบบไฟฟ้า ตรวจสอบสภาพการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการซ่อมแซมคุรุภัณฑ์การเรียน เช่น โต๊ะ เก้าอี้

4.มหาวิทยาลัยศิลปกร
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ ม.ศิลปากรเป็นแหล่งการเรียนรู้ในระบบซึ่งหอสมุดแห่งนี้มี 4 ชั้น
 - จะให้บริการและโชว์หนังสือหายาก หนังสือที่ได้รับรางวัล หนังสือขายดี หนังสืออ้างอิงต่างๆ
 -หนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทั้งเวอร์ชั่น ไทยและอังกฤษเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้งาน
 -หนังสือเกี่ยวกับสาขามนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
 -หนังสือเกี่ยวกับสาขามนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีทั้งเวอร์ชั่น ไทยและอังกฤษ นวนิยาย และศุนย์ข้อมูลวิจัยฝรั่งเศษ

ห้องสมุดดิจิทัลสร้างสุข

ห้องสมุดดิจิทัลสร้างสุข
เยี่ยมชมการจัดการและร่วมพิธีเปิดห้องสมุดดิจิทัลสร้างสุข 
ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

            ในโลกยุคดิจิตอล ผู้คนมีแหล่งข้อมูลความรู้อยู่อย่างไม่จำกัด ที่สำคัญคือ เราจะช่วยให้ผู้เรียน เด็กและเยาวชน เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความรู้เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ กว้างขวางและทั่วถึงได้อย่างไร การส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา เช่น การบริจาคระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และสื่อความรู้ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษา เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่และมีประสิทธิภาพ จึงเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษา


ด้ร่วมกิจกรรมของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา งานมอบห้องสมุดสร้างสุข TQM ที่มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อตอบโจทย์ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งเน้น 2 คอนเซ็ปต์ด้วยกัน คือ รวดเร็ว และเป็นอิสระในการอ่าน




เข้าร่วมกิจกรรมพิธีมอบห้องสมุดดิจิตอลสร้างสุข ให้กับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 4 เมษายน 2557

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

มาตรฐานงานของนักวิชาการโสตทัศนศึกษา
1. นักวิชาการโสตทัศนศึกษาทีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งอะไรบ้าง
ตอบ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับปฏิบัติการ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชา โสตทัศนศึกษา สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารมวลชน หรือสาขาวิชา เวชนิทัศน์ หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งหรือหลายสาขาวิชาดังกล่าว ในทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
2. ได้รับปริญญาโทหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชา โสตทัศนศึกษา สาขาวิชานิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์ หรือสาขาวิชาสื่อสารมวลชน หรือสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งหรือหลายสาขาวิชาดังกล่าว ในทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้
3. ได้รับปริญญาหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับชำนาญการ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับปฏิบัติการ และ
2. เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี กำหนดเวลา 6 ปี ให้ลดเป็น 4 ปี สำหรับผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับปฏิบัติการ ข้อ 2 หรือข้อ 3 ที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาโท หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบได้ ไม่ต่ำกว่านี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด โดยจะต้องปฏิบัติงานวิชาการโสตทัศนศึกษา หรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับชำนาญการพิเศษ
คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
1. มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับปฏิบัติการ และ
2. เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ มาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด โดยจะต้องปฏิบัติงานวิชาการโสตทัศนศึกษา หรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

2. ชื่อตำแหน่งในสายงานและระดับตำแหน่ง นักวิชาการโสตทัศนศึกษามีกี่ระดับ อะไรบ้าง
ตอบ ตำแหน่งในสายงานนี้มีชื่อและระดับของตำแหน่งมี 3 ระดับ ดังนี้
-นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับปฏิบัติการ
-นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับชำนาญการ
-นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ระดับชำนาญการพิเศษ

3. ให้นิสิตยกตัวอย่าง การประกาศรับสมัครงานที่รับตำแหน่งนักวิชาการโสตทัศนศึกษา ว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร พร้อมแหล่งอ้างอิง URL
ตอบ ประกาศสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่อง ขยายเวลารับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง  นักวิชาการโสตทัศนศึกษา

รายละเอียด  คุณสมบัติเฉพาะของผู้มีสิทธิสมัครสอบ

1.ได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางด้านมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน วารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ศิลปศาสตร์ อักษรศาสตร์ เทคโนโลยีการศึกษา
2.มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานการใช้เครื่องอุปกรณ์ทางด้านโทรทัศน์และวิทยุ
3.มีความสามารถในการใช้กล้อง DV CAM และอุปกรณ์บันทึกภาพได้เป็นอย่างดี
4.ใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมกราฟิก และโปรแกรมตัดต่อวิดีทัศน์ ได้เป็นอย่างดี
5.สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้

ผู้สนใจจะสมัครสอบคัดเลือก  ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองพร้อมหลักฐานการสมัครได้ที่
งานบริหารและธุรการ สำนักงานเลขานุการ ชั้น 1 สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง4 กุมภาพันธ์  2557 (ในวันเวลาราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่                 โทร. 0-2549-0032 หรือ ภายใน 1288 และประกาศลงเว็บไซต์  http://www.rdi.ku.ac.th

http://www2.rdi.ku.ac.th/newweb/?p=10672

กิจกรรมหลังเรียน เรื่อง Directing
1.การอำนวยการมีบทบาทในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร
ตอบ การอำนวยการในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ต้องพิจารณาถึงปัญหาและความก้าวหน้าของหน่วยงานโดยมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กรเป็นหลักในการตัดสินใจ ดังนั้นการอำนวยการจึงต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการอำนวยการ

2.รูปแบบของการตัดสินใจมีกี่ประเภท
ตอบ รูปแบบของการตัดสินใจมี 2 ประเภท
1.การตัดสินใจโดยบุคคลคนเดียว
2.การติดสินใจโดยกลุ่ม แบ่งเป็น 3 วิธี
2.1.สมาชิกเพียงเสนอข้อคิดเห็น ผู้บริหารตัดสินใจขั้นสุดท้าย
2.2.ตัดสินใจโดยได้ข้อยุติเชิงเสียงข้างมาก Majority
2.3.ตัดสินใจโยดได้ข้อยุติเป็นเอกฉันท์ Consensus

3.ลักษณะของการอำนวยการที่ดีมีอะไรบ้าง
ตอบ ลักษณะการอำนวยการที่ดี
-ต้องชัดเจน
-ให้คำสั่งมีลักษณะแน่นอน ไม่ใช่ตามอารมณ์
-ถ้าผู้รับคำสั่งมีท่าทีสงสัย ให้ขจัดความสงสัยทันที
-ใช้นำเสียงให้เป็นประโยชน์
-วางสีหน้าเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง
-ใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพ
-ลดคำสั่งที่มีลักษณะ “ห้าม” การกระทำให้เหลือน้อยที่สุด
-อย่าออกคำสั่งในเวลาเดียวกัน มากเกินไป
-ต้องแน่ใจว่าการออกคำสั่งหลาย ๆ คำสั่ง ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง
-ถ้าผู้รับปฏิบัติ ปฏิบัติไม่ได้ อย่าบันดาลโทสะ พิจารณาตนเองว่าเหตุใดคำสั่งไม่ได้ผล อย่าโยนความผิดให้ผู้รับคำสั่ง
Staffing
1. หลักการจัดการคนเข้าทำงาน
ตอบ หลักในการบริหารงานบุคคล แบ่งเป็น 2 ระบบ ได้แก่
1. ระบบคุณธรรม (Merit System) เป็นระบบการบริหารบุคคลที่อาศัยความรู้ ความสามารถของบุคคลเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว มีลักษณะสำคัญดังนี้
      1)หลักความเสมอภาค (Equality Opportunity) 
      2)หลักความสามารถ (Competence) 
      3)หลักความมั่นคง (Security of Tenure) 
      4)หลักความเป็นกลางทางการเมือง (Political Neutrality) 
2. ระบบอุปถัมภ์ (Patronage System) เป็นระบบดั้งเดิม โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากจีนโบราณ ที่มักใช้การสืบทอดทางสายเลือด รวมไปถึง การนำสิ่งของมาแลกตำแหน่ง ลักษณะที่สำคัญได้แก่
     1) ไม่คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ
     2) ไม่เปิดโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเลือกสรร
     3) มักมีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของหน่วยงาน

2.  การสรรหา คัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้ง มีขั้นตอนอย่างไร
ตอบ  เมื่อวางแผนกำลังคนแล้ว ก็ทราบว่าองค์การต้องการบุคลากรประเภทใด วุฒิใด ประสบการณ์ และคุณสมบัติอย่างไรบ้าง แล้วดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. การสรรหา อาจดำเนินการได้ดังนี้
     1.1. ติดต่อสถาบันการศึกษาโดยตรง
     1.2. เปิดรับสมัครตลอดปี
     1.3. ติดต่อกองจัดหางาน กรมแรงงาน ตลาดนัดแรงงาน
     1.4. ลงประกาศในสื่อสารมวลชน
     1.5. ติดต่อ ก.พ.
     1.6. ติดต่อเป็นการส่วนตัว (เฉพาะตำแหน่งสำคัญ ๆ)
2. การคัดเลือก อาจดำเนินการได้ดังนี้
     2.1. ประกาศรับสมัครสอบเข้า
     2.2. รับสมัครตลอดปี
     2.3. คัดเลือกจากนักเรียนนักศึกษาที่เคยมาฝึกงาน
     2.4. คัดเลือกจากผู้ได้ทุนการศึกษา
     2.5. คัดเลือกจากบุคคลที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ
3. การบรรจุแต่งตั้ง เมื่อสรรหาและคัดเลือกแล้วก็บรรจุแต่งตั้งตามหลักการ Put the Right Man in the Right Job ต้องมีเงื่อนไขทดลองปฏิบัติการ 6 เดือนก่อนบรรจุ

3. บุคลากรด้านศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มีภารกิจที่สำคัญอะไรบ้าง
ตอบ จากการวิเคราะห์งานหรือภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้พอสรุปได้ว่ามี
ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่
     1. การจัดหาสื่อประเภทต่างๆ ไว้สำหรับบริการ
     2. การผลิตสื่อเพื่อนำมาใช้ในการเรียนการสอน
     3. การจัดระบบ จัดเก็บ แยกหมวดหมู่และจัดทำทะเบียน
     4. การบริการให้ยืมวัสดุ เครื่องมืออุปกรณ์
     5. การให้คำปรึกษา แนะนำการใช้และการผลิตสื่อ
     6. การวิจัยและพัฒนาสื่อ

4.ให้หาตัวอย่างภาระหน้าที่ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มา 3 ภาระหน้าที่พร้อมชื่อตำแหน่งงาน และอ้างอิง
ตอบ สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิง อรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์         
อ้างอิง : http://www.clib.psu.ac.th/home/

ฝ่ายบริการสารสนเทศ
·     กิจกรรมยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศ
·     กิจกรรมการค้นคว้าวิจัย
·     กิจกรรมประชาสัมพันธ์
·     กิจกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา
อ้างอิง : http://www.clib.psu.ac.th/home/index.phpoption=com_content&view=article&id=1771&Itemid=44&lang=th

ฝ่ายพัฒนาระบบสารสนเทศ
·     กิจกรรมพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
·     กิจกรรมวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศภาษาต่างประเทศ
·     กิจกรรมวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศภาษาไทย
·     กิจกรรมวารสารและหนังสือพิมพ์
·     กิจกรรมดรรชนีวารสาร
·     กิจกรรมข้อมูลภาคใต้และสิ่งพิมพ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
·     กิจกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ
·     กิจกรรมสแกนเอกสาร
·     กิจกรรมเย็บเล่มและซ่อม
อ้างอิง : http://www.clib.psu.ac.th/home/index.phpoption=com_content&view=article&id=1772&Itemid=44&lang=th

ฝ่ายสนันสนุนงานบริหาร
·     กิจกรรมนโยบายและแผน
·     กิจกรรมธุรการทั่วไป
·     กิจกรรมการเจ้าหน้าที่
·     กิจกรรมคลังและพัสดุ
·     กิจกรรมอาคารสถานที่

อ้างอิง : http://www.clib.psu.ac.th/home/index.phpoption=com_content&view=article&id=1773&Itemid=44&lang=th

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้

ให้นิสิตแต่ละคนหาตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มาคนละ 2 ผังโครงสร้าง พร้อมเขียนอธิบายดังนี้

แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์
โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด


1.การบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน




แหล่งอ้างอิง : http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/admin.htm

โครงสร้างเป็นแบบ Line Organization เพราะ เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้น ๆ จากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด


2.สำนักวิทยาบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ




ที่มา http://lib.arit.rmutp.ac.th/about/

รูปแบบ Line and Staff Oraniza เป็นรูปแบบการจัดการโครงสร้างสำหรับหน่วยงานใหญ่ ซึ่งลำพังผู้บริหารคนเดียวไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีรูปแบบของคณะกรรมการต่างๆเข้ามาช่วยควบคุมการทำงานโดยมีอำนาจทางอ้อมในการดำเนินการนั้นๆ



วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมท้ายหน่วยการเรียนรู้

ห้นิสิตแต่ละคน หาตัวอย่างของศูนย์สาหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา คนละ 1 ศูนย์ โดยสืบค้นในระบบเครือข่าย และต้องอธิบายดังรายละเอียดต่อไปนี้
                    
                   สำนักงานการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านบึง จังหวัด ชลบุรี


 1. นโยบาย ของศูนย์ วิสัยทัศน์ และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์
          วิสัยทัศน์ ศูนย์ บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านบึง จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มวัยแรงงาน และยกระดับความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้รับบริการ เพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ตลอดจนวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญา ท้องถิ่น ภายในปี 2551

          กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ ผู้รับบริการทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยแรงงาน สามารถเข้าถึงและได้รับบริการการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

 2. แหล่งที่มาของศูนย์
          ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านบึง เดิมเป็นสถานที่ของห้องสมุดประชาชนอำเภอบ้านบึง จัดสร้างโดย คณะกรรมการลูกเสือชาวบ้าน อำเภอบ้านบึง รุ่นที่ 143/3 ชบ. 39 เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างบริจาคให้เป็นจำนวนเงิน 470,830 บาท มีนายสมบูรณ์ โอเจริญ เป็นประธานในการดำเนินงาน และ ร. ต. พูลศักดิ์ สัตยานุรักษ์ นายอำเภอบ้านบึง ( พ. ศ. 2516- 2521) เป็นที่ปรึกษา และหลังจากดำเนินการก่อสร้างเสร็จได้เปิดบริการให้ประชาชน ได้ใช้เป็นแหล่งค้นคว้าข่าวสารข้อมูลตลอดมา ต่อมาเมื่อปี 2536 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอก โรงเรียนอำเภอ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2536 และ สำนักงานหรือสถานที่ในการปฏิบัติงาน ใช้ส่วนหนึ่งของห้องสมุดประชาชนอำเภอบ้านบึง ขณะเดียวกันกรมการศึกษานอกโรงเรียน ได้มีคำสั่งให้นายสวัสดิ์ บัวสรวง ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในตำแหน่งหัวหน้า ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอบ้านบึง ตามคำสั่งกรมการศึกษานอกโรงเรียนที่ 24/2537 สั่ง ณ วันที่ 5 มกราคม พ . ศ . 2537 ขณะนั้น มีบุคลากรสังกัดจำนวน 3 คน เท่านั้น ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านบึง หรือ ศบอ . บ้านบึง เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอนสายสามัญ สายอาชีพ กลุ่มสนใจ มีที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน จำนวน 27 แห่ง จนกระทั่ง พ.ศ. 2540 นาย สวัสดิ์ บัวสรวง หัวหน้าศูนย์ ฯ ได้ลาออกจากราชการ กรมการศึกษานอกโรงเรียน จึงได้แต่งตั้งให้นางสุพิณ เปี่ยมชาโต มาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านบึง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2540 และต่อมาได้แต่งตั้งนายศักดาพงศ์ ระพิพันธุ์ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอบ้านบึง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2547 จนกระทั่งปัจจุบัน มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน รวมทั้งสิ้น 14 คน ( รวมพนักงานราชการ , ครูศูนย์การเรียนชุมชน )

 3. แผนการดาเนินงาน (ถ้ามี)
           1. จัดและส่งเสริมให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะวัยแรงงาน ให้เข้าถึงเป็นรายบุคคล
           2. จัดและส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้และแหล่งการเรียน รู้ โดยเฉพาะศูนย์การเรียนชุมชนในระดับตำบล ห้องสมุดประชาชนอำเภอ เพื่อเป็นแหล่งบริการการเรียนรู้ตลอดชีวิต
           3. จัดและส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วม จัดและสนับสนุนโดยเฉพาะศูนย์การเรียนชุมชนในระดับตำบล
           4. จัดและส่งเสริมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อยกระดับ มาตรฐานการศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาให้มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
          5. เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการ โดยจัดระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการ และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินภายนอก
          6. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกสถานที่ เวลาอย่างมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใส

แหล่งอ้างอิง : http://gotoknow.thaischooldb.com/school/index-id-1331.htm
1.ความหมายของการจัดการพื้นฐานของการจัดการ
1) การวางแผนงาน (Planning)    การพิจาณาและกำหนดแนวทางปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย
2) การจัดองค์การ   (Organizing) หน้าที่งานที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบ
3) การจัดคนงาน    (Staffing)     กระบวนการที่กลุ่มบุคคลจัดตั้งขึ้น
4) การอำนวยการ (Directing)   การที่ผู้บริหารให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
5) การประสานงาน (Co-ordinating)   การจัดให้บุคคลในองค์การทำงานสัมพันธ์สอดคล้องกัน
6) รายงาน   (Reporting)    การรายงานผลการปฏิบัติหรือดำเนินงานในเรื่องต่างๆ
7) การเงินหรืองบประมาณ   (Budgeting) การวางแผนทางการเงินที่แสดงถึงการับเงิน การจ่ายเงินตามที่คาดหมายหรือพยากรณ์สำหรับช่วงระยะเวลาหนึ่ง
2.องค์ประกอบของการจัดการ
  • ·       Man          : ทรัพยากรบุคคล
  • ·       Materials: วัสดุ/สื่อการเรียนรู้
  • ·       Market      :  การตลาด/ประชาสัมพันธ์
  • ·       Machine    : เครื่องจักร/อุปกรณ์
  • ·       Moral        : ขวัญ/กำลังใจ
  • ·       Money      : งบประมาณ
  • ·       Methods   : วิธีการ/กิจกรรม
3.ชมละครเรื่อง กล้าดี พร้อมวิเคราะห์ในประเด็นที่กำหนดดังนี้
3.1) กิจกรรมส่งท้ายชั่วโมงกลุ่ม 3 คน
                1.นาสาวพรทิวา ไทยภักดี   55540172
                2.นาสาวมาลินี เจริญสุข     55540193
                3.นาสาวรวีพร ศรีบำรุง       55541095
3.2) ชื่อทีม ต้นกล้า
3.3) คำขวัญ   รักษาเวลา รักษาหน้าที่ ชีวิตจะดีถ้าคุณมีวินัย
3.4) เขียนฝ่ายงานต่างๆของการออกค่ายอาสา
1.การวางแผน คือ มีการวางแผนงานในกลุ่มที่ห้องพระ มีเป้าหมายในการออกค่าย
2.การจัดองค์การ คือ การแบ่งงานแบ่งหน้าที่แต่ละคนภายในกลุ่ม
3.การจัดคนงาน คือ การจัดการคนให้รับผิดชอบหน้าที่ตามที่ตนเองถนัด
4.การอำนวยการคือ จะมีการส่งงานโดยมีก่อเป็นผู้นำหลัก
5.การประสานงาน คือ มีการใช้โทรศัพท์พูดคุย มีการเดินทางไปประสานงาน
6.รายงาน คือ งานมีความคืบหน้าแค่ไหน มียอดรายรับรายจ่ายเท่าไหร่
7.การเงินหรืองบประมาณ คือ การหารายได้เพิ่มเติมจากการขายกระเป๋า
3.5) การละครให้นิสิตแต่ละกลุ่มเคราะห์ ดังนี้
3.6) ละครดังกล่าวสะท้อนความคิดในเรื่องใด
ความสามัคคีต่อคนภายในกลุ่มจึงทำให้งานที่จะทำมีความราบรื่นไปได้ด้วยดี มีน้ำใจซึ่งกันและกัน ทำให้มีความสนุกสนานในการทำงาน สร้างสำพันธ์ภาพกันภายในกลุ่ม
3.7) เนื้อหาในละครมีการจัดการหรือไม่ เพราะเหตุใด
มี เพราะ ก่อนจะมีการจัดกิจกรรมก็มีการวางแผนประชุมมีการแบ่งหน้าที่ให้มีความรับผิดชอบตามความถนัด มีการหารายได้เพื่อจะให้มีกิจกรรมต่อไป
3.8) เนื้อหาในละครมีองค์ประกอบของการจัดการ 7M อะไรบ้างจงอธิบาย
  • ·       Man ทรัพยากรการบุคคล
  • ·       Materials วัสดุ/สื่อการเรียนรู้
  • ·       Market การตลาด/ประชาสัมพันธ์
  • ·       Machine เครื่องจักร/อุปกรณ์
  • ·       Moral ขวัญ/กำลังใจ
  • ·       Money งบประมาณ
  • ·       Methods วิธีการ/กิจกรรม
3.9) เนื้อหาในละครมี POSDCORB อย่างไรจงอธิบาย
  • ·       PLANNING คือ การประจำวางแผน
  • ·       ORGANIZING คือ มีการแบ่งหน้าที่
  • ·       STAFFING คือ แบ่งหน้าที่ตามความถนัด
  • ·       DIRECTING คือ มีหัวหน้าเป็นหลัก
  • ·       CO-ORDINATING คือ มีการประสานงาน
  • ·       REPORTING คือ มียอดในการทำงาน
  • ·       BUDGETING คือ การหารายได้เพิ่ม

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดที่  1


1.ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ถ้าแบ่งตามกลุ่มเป้าหมายของระบบการศึกษาได้ 3 ประเภท ได้แก่
1.1 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน หมายถึง หน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา

1.2 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สำหรับการศึกษานอกระบบ เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียน ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จาเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ,ศูนย์การเรียน เป็นต้น

1.3 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษาจาก ประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น


2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
มี ความแตกต่างกันคือ ที่รายละเอียดของแต่ละศูนย์ฯที่มีวิธีการดำเนินงานเป็นไปตามสภาพความพร้อม สภาพแวดล้อมของสถานศึกษาและเป้าหมายการดำเนินงานเป็นของแต่ละหน่วยงานซึ่ง บางศูนย์ฯอาจรวมอยู่กับหอสมุดของสถาบันการศึกษาให้บริการทั้งสิ่งพิมพ์และ ไม่ใช่สิ่งพิมพ์ (โสตทัศนูปกรณ์) แล้วเรียกชื่อส่วนที่รับผิดชอบบริการด้านโสตทัศนูปกรณ์ว่าศูนย์โสต ทัศนศึกษา หน่วยโสตทัศนศึกษา ศูนย์โสตทัศนูปกรณ์หรือเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นก็ได้โดยมีการบริหารจัดการและ มีระบบการจัดการในลักษณะที่เป็นหน่วยงานเดียวกันแต่แยกภารกิจ ซึ่งบางศูนย์ฯจะแยกเป็นเอกเทศหมายความว่าจะแยกหน่วยงานที่รับผิดชอบบริการ สิ่งพิมพ์กับหน่วยงานที่บริการทางโสตทัศนูปกรณ์ออกจากกันโดยที่บุคคลและ ภารกิจก็แยกออกจากกันเป็นเอกเทศ โดยอาจมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นก็ได้ซึ่งผู้บริหารภายในศูนย์ฯขึ้นตรงต่อผู้ บริหารระดับสูงของสถานศึกษาหรือขึ้นตรงต่อผู้บริหารระดับรองแล้วแต่กรณี

3. ให้นิสิตหาตัวอย่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภท ละ 3 ศูนย์ พร้อมบอกสถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมายของศูนย์นั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง  โดย Copy URL ของ YouTube มาใส่


3.1 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาในระบบโรงเรียน
- ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
สถานที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000           
กลุ่มเป้าหมาย :  อาจารย์ นิสิต บุคลากรของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตลอดจนบุคลากรภายนอก   มหาวิทยาลัย
แหล่งอ้างอิง :  http://www.youtube.com/watch?v=TCd4LJm8oTk

- ห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรบูรณ์
สถานที่ตั้ง : 222 หมู่ 13, ถ.สระบุรี-หล่มสัก, ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์, 67250
กลุ่มเป้าหมาย : ครู อาจารย์ นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
แหล่งอ้างอิง :  http://www.youtube.com/watch?v=VvvW98rroPE

- สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา
 สถานที่ตั้ง : อาคารเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยบูรพา
 กลุ่มเป้าหมาย : บุคคลากร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนบุคคลภายนอก
 แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=vJlY70vq-DE


3.2 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษานอกระบบ
-  ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานที่ตั้ง : อาคารสุโขทัย ชั้น 2 ห้อง 0214 และอาคารศิลาบาตร ชั้นล่าง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
กลุ่มเป้าหมาย : อาจารย์ นิสิต บุคลากรของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตลอดจนบุคลากรภายนอก  
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=1PZqMUnxVuI

- ศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุมพินี
สถานที่ตั้ง :  สวนลุมพินี ติดที่จอดรถด้านใน ประตู 8 ใกล้ ถนนสารสิน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
กลุ่มเป้าหมาย : บุคคลทั่วไปที่ยังไม่มีงานทำ ผู้ที่มีเวลาว่างจากงานประจำ หรือผู้ที่ต้องการฝึกอบรมวิชาชีพ
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=H7-gTcZ0a0w

- ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
สถานที่ตั้ง : ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ตำบลช้างใหญ่   อำเภอบางไทร   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชน บุคคลทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=EU5o98itbYs


3.3 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย
- พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 9 ถนนรัชดาภิเษก จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
กลุ่มเป้าหมาย : เยาวชนและประชาชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=JmAX3za1jrM

- สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
สถานที่ตั้งอยู่ : 69 ถ.ลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131
กลุ่มเป้าหมาย : นักเรียน  นักศึกษา  เยาวชนและประชาชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=3Ws8XPLk6TI

- พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย
สถานที่ตั้ง: ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนทั่วไป
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=mHK8eUWriAw